ที่มาของ Scope 9 Segment — เหตุผลด้านกำลังผลิต
กำลังผลิตเต็มที่ (1 เครื่อง)
52,500
–
หักขายปลีกในสวนน้ำ
30,000
=
เหลือสำหรับพ่วงตั๋ว/เดือน
22,500 ขวด
ทำไมเลือกแค่ 9 Segment นี้: เพราะเป็นชุดที่ demand รวมกันยังพอดีกับโควต้า 22,500 ขวด/เดือน
ทุกเดือน — เดือนที่ใช้เยอะสุด (เม.ย.) ใช้ไป 15,968 ขวด ยังเหลือ buffer ~6,500 ขวด
หากรวม Taxi และ Travel Industry เข้าไปด้วย ยอดรวมจะเกิน 22,500 ทันทีในหลายเดือน (peak เดือน ก.ค. ต้องการถึง ~59,000 ขวด)
ต้องเพิ่มเครื่องผลิตที่ 2 ก่อนถึงจะขยาย scope ได้ — ตัวเลข quota นี้ไม่เปลี่ยนตามราคาตั๋วที่บวกเพิ่ม จึงใช้ร่วมกันได้ทั้ง 3 scenario ด้านล่าง
ทำไมยอดรวมทั้งปีถึงเป็น 134,320 คน — ไม่ใช่ 270,000
134,320 คือจำนวนคนที่คาดว่าจะมาซื้อตั๋วจริง (Demand) ของ 9 Segment นี้ตลอดปี 2026 —
ไม่ได้มาจากการเอาเพดานกำลังผลิตคูณ 12 เดือน เพดาน 22,500 ขวด/เดือน เป็นแค่ "เพดานสูงสุดที่ผลิตได้"
ส่วนตัวเลขที่ขายได้จริงขึ้นอยู่กับว่ามีคนมาเท่าไหร่ ซึ่ง 9 Segment ที่เลือกมามีขนาดเล็กกว่าเพดานมากในทุกเดือน
จำนวนคนจริงต่อเดือน (Demand)
เพดานกำลังผลิต (Cap)
ไม่มีเดือนไหนแตะเพดานเลย — เดือนที่ใช้เยอะสุด (เม.ย.) อยู่ที่ 15,968 คน (71% ของเพดาน)
เฉลี่ยทั้งปีใช้ไปแค่ ~50% ของกำลังผลิตที่มี เหลือ headroom ไว้รองรับความคลาดเคลื่อนของ forecast
หรือขยาย scope เพิ่มได้ในอนาคตโดยยังไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม
🟢 กลุ่ม A — Marketing Channel (คุม Quota ตรง ทีมเดียวดูแล)
Front Gate + Online + MKT Pro
🟡 กลุ่ม B — Segment อื่น (คนละแผนก / คุม Quota ยากกว่า)
Hotel & Concierge, Group & Corporate, Annual Pass, Concert, Team Building, School
ทำไมแยกออกมา: กลุ่ม B แต่ละ segment สังกัดคนละแผนก (Sales, HR/CSR, Academic Partnerships ฯลฯ) ไม่ได้อยู่ใต้ทีม Marketing โดยตรง
การแจกโควต้าน้ำต้องประสานงานข้ามแผนก และ demand ผันผวนตามฤดูกาลมากกว่า (เช่น Concert เกิดเดือนเดียว, School พีคช่วงปิดเทอม)
จึงควรบริหาร quota แยกจากกลุ่ม A เพื่อไม่ให้กติกาปนกัน
🟢 กลุ่ม A — Marketing Channel (คุม Quota ตรง ทีมเดียวดูแล)
Front Gate + Online + MKT Pro
🟡 กลุ่ม B — Segment อื่น (คนละแผนก / คุม Quota ยากกว่า)
Hotel & Concierge, Group & Corporate, Annual Pass, Concert, Team Building, School
ข้อสังเกต scenario นี้: ลดราคาที่บวกเข้าตั๋วเหลือครึ่งหนึ่ง (100 บาท) — ต้นทุนขวดน้ำยังคงที่ 7 บาทเท่าเดิม
ทำให้ margin % ลดจาก 96.5% เหลือ 93.0% และ Net Margin รวมลดลงเกือบครึ่งหนึ่งของ scenario +200 บาท
เหมาะถ้าต้องการลดแรงต้านจากลูกค้าเรื่องราคาตั๋วที่ขึ้น แลกกับกำไรที่ได้น้อยลง
กำลังผลิตเต็มที่ (2 เครื่อง)
105,000
–
หักขายปลีกในสวนน้ำ
30,000
=
เหลือสำหรับพ่วงตั๋ว/เดือน
75,000 ขวด
ทำไมขยายเป็นทุก Segment ได้: เพิ่มเครื่องที่ 2 ทำให้กำลังผลิตเพิ่มเป็น 105,000 ขวด/เดือน เหลือ 75,000 ขวด/เดือนหลังหักขายปลีก —
เดือนที่ demand สูงสุดของทุก Segment รวมกัน (ก.ค.) ต้องการ ~59,085 ขวด ยังอยู่ในเพดานที่เหลือ ครอบคลุมได้ทุกเดือน
จึงเพิ่ม Taxi และ Travel Industry (กลุ่ม C) เข้ามาได้เต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องคุม quota เข้มงวดเหมือน scope 9 Segment เดิม
🟢 กลุ่ม A — Marketing Channel
Front Gate + Online + MKT Pro
🟡 กลุ่ม B — Segment อื่น
Hotel & Concierge, Group & Corporate, Annual Pass, Concert, Team Building, School
🔵 กลุ่ม C — ปลดล็อกด้วยเครื่องที่ 2 (volume ใหญ่, เดิมเกินกำลังผลิต)
Taxi + Travel Industry
กำลังผลิตเต็มที่ (2 เครื่อง)
105,000
–
หักขายปลีกในสวนน้ำ
30,000
=
เหลือสำหรับพ่วงตั๋ว/เดือน
75,000 ขวด
Scenario เดียวกับแท็บก่อนหน้า (เครื่องที่ 2 + ทุก Segment) แต่ลดราคาที่บวกเข้าตั๋วเหลือ 100 บาท —
ต้นทุนขวดน้ำยังคงที่ 7 บาท ทำให้ margin ต่อขวดลดจาก 96.5% เหลือ 93.0%
🟢 กลุ่ม A — Marketing Channel
Front Gate + Online + MKT Pro
🟡 กลุ่ม B — Segment อื่น
Hotel & Concierge, Group & Corporate, Annual Pass, Concert, Team Building, School
🔵 กลุ่ม C — ปลดล็อกด้วยเครื่องที่ 2 (volume ใหญ่, เดิมเกินกำลังผลิต)
Taxi + Travel Industry
🟢 กลุ่ม A — Marketing Channel (คุม Quota ตรง ทีมเดียวดูแล)
Front Gate + Online + MKT Pro
🟡 กลุ่ม B — Segment อื่น (คนละแผนก / คุม Quota ยากกว่า)
Hotel & Concierge, Group & Corporate, Annual Pass, Concert, Team Building, School